Advertisements

ปีนเขา Hakusan 白山 1 ใน 3 ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นดินแดนแห่งภูเขาสูงมากมาย หนึ่งในภูเขาชื่อดังแต่แทบจะไม่มีคนไทยรู้จักเลย แม้แต่ใน Pantip ก็ไม่สามารถหาอ่านรีวิวได้ นั่นคือ ภูเขาฮาคุซัง (Hakusan, 白山) ภาษาญีปุ่นนั้นหมายความว่าภูเขาสีขาว ตั้งอยู่ในรอยต่อของจังหวัดอิชิกะสะ ฟุกุอิ และ กิฟุ เป็น 1 ใน 3 ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของญี่ปุ่น (Three Holy Mountains, 三霊山 Sanreizan) ได้แก่ภูเขาไฟฟูจิ Fujisan 富士山, ภูเขาทาเทะยามะ Tateyama 立山, ภูเขาฮาคุซัง Hakusan 白山 นั่นเอง

img_7920

และยังเป็น 1 ใน 100 ภูเขาที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่นหรือ Nihon hyakumeizan 日本百名山 อีกด้วย

hakusan_from_kyogatake_2002-11-23

Source : wikipedia

ภูเขาฮาคุซังเป็นภูเขาไฟที่ยังสามารถปะทุได้ทุกเมื่อ ภูเขานี้มียอดที่สูงที่สุด 2,702 เมตร ในฤดูหนาวภูเขานี้จะมีสีขาวโดดเด่น สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล แม้แต่ในฤดูร้อนก็ยังสามารถเห็นหิมะได้อยู่บริเวณยอดเขา นอกจากนั้นยังมีศาลเจ้าอยู่บนยอดเขา โดยเป็นสาขาของศาลเจ้าชื่อดังอย่าง 白山比咩神社 Hakusan/Shirayama Hime Jinja ในเมือง Tsurugi นั่นเอง

ที่ผมสนใจที่จะมาขึ้นที่นี่ อีกเหตุผลคือเป็นภูเขาสีขาวสวยที่ตั้งอยู่ยังมหาวิทยาลัยที่พวกผมกำลังศึกษากันอยู่นั่นเอง

logo1_ja

วิธีการเดินทางมาปีนเขา Hakusan

1. รถยนต์ สามารถขับรถมาได้อย่างปลอดภัย โดยมีที่จอดรถกว้างใหญ่ แต่ในช่วงฤดูร้อนโดยเฉพาะวันหยุดยาวและวันหยุดสุดสัปดาห์จะมีการจัดการจราจร โดยผู้ที่นำรถยนต์ส่วนตัวมาต้องจอดรถไว้บริเวณ Ichinose camp (市ノ瀬野営場) เพื่อทำการนั่งรถบัสขึ้นไปยัง Bettodeai (別当 出合) อันเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินขึ้น Hakusan ครับ โดยมีอัตราค่าโดยสาร 500 yen นั่นเอง

IMG_6884

syatoru

อันนี้เป็นตัวอย่างของตารางรถบัสที่ใช้โดยสารระหว่าง Ichinose camp – Bettodeai จะมีบริการตั้งแต่ตี 5 ดังนั้นคนที่จะมาปีนแบบไปเช้าเย็นกลับควรมาในเวลาเช้าแบบนี้ครับ ข้อมูลปี 2018

2014peak

แผนที่ : http://www.kagahakusan.jp/file/info/documents/EN-2012_nakamen.pdf

ส่วนวันธรรมดานอกจากวันที่ระบุอยู่ก็สามารถนำรถไปจอดยังที่ Bettodeai ได้เลย แต่ทางจะข้อข้างแคบและชันมาก

2. รถบัส สามารถมาที่นี่ด้วยบริการรถบัสจากสถานี Kanazawa

hakusan_rosen_

จากโตเกียวสามารถใช้บริการ Hokuriku Shinkansen เพื่อมาให้ถึงที่ Kanazawa station และสามารถใช้บริการรถของ Hokutetsu มายัง Hakusan ได้ สามารถดูรอบรถได้ที่ : http://www.hokutetsu.co.jp/tourism-bus/hakusan

ดังนั้นวิธีที่สะดวกที่สุดคือ มาโดยรถยนต์นั่นเองครับ

การปีนเขา

วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม 2560 (August 5th 2018)

map_large

Source: http://www.kagahakusan.jp/en/mountain/index.html

จาก Bettodeai จะมีเส้นทางให้เลือก 2 เส้นทางคือ

  1. Kankoshindo – เส้นทางนี้ยากกว่า ชันกว่า ใช้เวลามากกว่า เป็นเส้นทางการเดินไปตามสันเขา แต่สามารถเห็นวิวได้สวยกว่า
  2. Saboshindo – เส้นทางนี้ชันน้อยกว่า ใช้เวลาน้อยกว่า แต่เป็นการค่อย ๆ ใต่ขึ้นระดับในหุบเขา ทำให้ไม่ค่อยเห็นวิวอะไรเท่าไร

พวกเราลงความเห็นว่าควรที่จะใช้เส้นทาง Kankoshido ในการปีนขึ้น และ เส้นทาง Saboshindo ในการเดินลงมา

Hike up: Bettldeai – Murodo via Kankoshindo route

สำหรับเส้นทางขาขึ้นเราใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงในการเดิน ๆ พัก ๆ และพวกเราแวะทานอาหารกลางวันที่ Tonogaike Hut ประมาณ 1 ชั่วโมง ในการขึ้นไปให้ถึงที่ Murodo Center ซึ่งเป็นที่พักค้างคืนก่อนที่จะพิชิตยอดเขาในวันรุ่งขึ้น

IMG_2781

เวลา 8:48 น. ทีมนานาชาติ 8 คน คนไทย กัมพูชา เวียดนาม เริ่มต้นการออกเดินทางสู่ยอดเขา Hakusan จากจุดนี้เส้นทางจะแยกเป็น 2 ทางนะครับ ถ้าข้ามสะพานไปก็จะเป็นเส้นทาง Saboshindo และถ้าแยกซ้ายขึ้นเขาก็จะเป็นเส้นทาง Kankoshindo ที่เราจะใช้ครับ ป้ายเส้นทางข้อนข้างชัดเจนว่าเส้นทางไหนอย่างไร มีหลักกิโลเมตรบอกตลอด สำหรับเส้นทางนี้มีระยะทาง 6 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินอย่างเดียวประมาณ 290 นาทีหรือประมาณ 5 ชั่วโมงครับ

IMG_6866

เวลา 9:13 น. พวกเราก็เดินมาถึงกิโลเมตรแรกอย่างรวดเร็ว ทางก็ขึ้นเขาไปเรื่อย ๆ ในร่มไม้ยังไม่ชันมาก แต่อย่าหลงดีใจไป เพราะเส้นทางอีก 5 กิโลเมตรที่เหลือคือขึ้น ๆ อย่างเดียวเท่านั้น

IMG_6884

เมื่อขึ้นมาเราก็ขึ้นมาบนสันเขา ที่ไม่ค่อยมีต้นไม้ใหญ่ปกคลุม และอากาศร้อนมาก ๆ แต่วิวคือสวยมากเลย

IMG_6951

มีทางหินสูงชัน เหนื่อยมากเลย

IMG_6960

เส้นทางจะใต่ไปบนสันเขาเรื่อย ๆ

IMG_6965

เส้นทางสวยมาก ๆ แต่เหนื่อยและร้อนมาก

IMG_7017

11.28 น. ก็เดินทางมาถึงครึ่งทางแล้ว ใช้เวลาจากจุดเริ่มต้นมาถึงจุดนี้ใช้เวลาไป 100 นาทีพอดิบพอดี แต่เรายังต้องไปต่อครับ

IMG_7039

เมื่อมองไปข้างหน้า หนทางยังอีกยาวไกล

IMG_7040

และเมื่อมองไปข้างหลัง เส้นทางที่เราไต่ขึ้นมา สูงและสวยมาก

IMG_7048

เราปีนกันมาอีกสักพักก็เห็นบ้านอยู่หนึ่งหลัง นั่งคือจุดพักกินข้าวกลางวันของพวกเรา

IMG_7054

12.33 น.​เราก็มาถึง Tanogaike Shelter Hut ตรงนี้เอาไว้เป็นที่พัก ที่เติมน้ำดื่ม ข้าง ๆ การมาถึงจุดนี้ได้เราใช้เวลา 225 นาที หรือ 3.75 ชั่วโมง ดังนั้นการเลือกเส้นทางนี้ควรเตรียมน้ำมาให้พอดีในช่วงแรก อย่างน้อย 1 ลิตรครับ เพราะ น้ำขวด 500 cc ไม่พอแน่นอน

IMG_7068

13:29 น. เมื่อเราพักรับประทานอาหารกลางวันที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อ เราก็เดินทางกันต่อ ส่วนวิวจากบนที่พักนี้ สวยงามมาก ได้เห็นเส้นทางที่เราผ่านมาเกินครึ่งทางแล้ว

IMG_7101

จากนั้นเส้นทางก็ดิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ สูงขึ้นไปอีก ผ่านทุ่งดอกไม้

IMG_7107

ดอกไม้ระหว่างทางสวยมาก

IMG_7162

14:52 น. เราก็เดินมาแล้วถึง 5.1 กิโลเมตร เราใช้เวลามาถึงจุดนี้มาในเวลา 364 นาที หรือ 6.04 ชั่วโมง จุดนี้เรียกว่า Korobokoiwa Rock ซึ่งเป็นทางที่มาบรรจบกับเส้นทาง Saboshindo ที่จะขึ้นไปยัง Murodo จากจุดนี้เหลือเพียง 0.9 กิโลเมตรก็จะถึงที่พักแล้ว

IMG_7164

15:02 น. พวกเราเริ่มเดินกันต่อในช่วงสุดท้าย ช่วงนี้ทางเรียบสบาย ๆ

IMG_7182

เป็นพื้นราบก่อนถึงบนยอดเขา ทางไม้ปูสบาย ๆ เดินไปเรื่อย ๆ ครับ จากจุดนี้เราเห็นยอดเขาแล้ว

IMG_7191

ทางสวยมาก

IMG_7223

จากนั้นมีปีนช่วงสุดท้ายต่อนิดหน่อย และในที่สุด …

IMG_7231

15:46 น. เราเดินทางถึง Murodo Center อันเป็นที่พักของเราในคืนนี้ ที่ความสูง 2,450 เมตร ใช้เวลา 418 นาที หรือประมาณ 7 ชั่วโมงพอดีรวมเวลาพักแล้ว

การจองที่พักที่ Murodo 

Murodo Center เป็นที่พักขนาดใหญ่ รองรับคนได้กว่า 750 คน โดยบนนั้นมีทุกอย่างที่ต้องการ
ตั้งแต่อาหาร เครื่องดื่มอย่างเบียร์ ของที่ระลึก หรือแม้แต่ไปรษณีย์ 
ซึ่งเราสามารถซื้อโปสการ์ดและส่งไปรษณีย์ได้ 
ณ ปัจจุบัน การจองสามารถทำได้โดยการโทรศัพท์เท่านั้น 
สามารจตรวจสอบจำนวนที่พักและเบอร์โทรศัพท์ได้ที่
เว็บไซต์นี้ : http://www.kagahakusan.jp/file/murodou/yoyakujoukyou.html
สำหรับอัตราค่าที่พักคนละ 6,000 เยน
อาหารเย็นคนละ 1,800 เยน
อาหารเช้าคนละ 1,200 เยน

เมื่อเรามาถึงก็ทำการเช็คอินเข้าที่พัก โดยเราต้องนำพาสปอร์ตมาด้วยนะครับ เหมือนกับที่พักทั่ว ๆ ไป จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่พาเราไปยังห้องพัก

IMG_7241

พร้อมกับแจกบัตรอาหารเย็น ตอนจองที่พักสามารถจองว่าจะรับอาหารเย็น อาหารเช้า แล้วอาหารกลางวันวันต่อไปด้วยหรือไม่ เนื่องจากวันที่เราไป มีคนขึ้นไปจำนวนมาก รอบอาหารเย็นเลยต้องแบ่งเป็นรอบ ๆ ครับ

IMG_7237สภาพที่พัก มีอยู่ 4 หลัง มีห้องน้ำรวม ห้องน้ำไม่สะอาดมาก น้ำไม่ค่อยไหลด้วย ไม่มีที่ให้อาบน้ำนะครับ

สภาพห้องพัก นอนรวม ๆ กันแบบนี้ พวกเราไปกัน 8 คน เหมาชั้นล่างได้หมดพอดีครับ ดู ๆ แล้วน่าจะจุได้ 32 คน หรือมากกว่านั้น

จากนั้น 17:20 น.ก็เป็นเวลาอาหารของเรา เข้ามาก็รับถาด

IMG_7242

เหมือนโรงอาหารที่ไว้บริการตัวเอง

IMG_7245

หน้าตาอาหารก็ประมาณนี้ครับ จัดเต็ม สามารถเติมซุป เติมข้าวไม่อั้น มีขนมด้วย พร้อมชาร้อน ๆ ในบรรยากาศหนาว ๆ ประมาณ 10 องศาครับ

IMG_7255

นอกไปจากนั้นถ้าอาหารไม่พอ ยังมีเครื่องดื่มร้อนเย็นขายอีกด้วย

IMG_7398

และแน่นอน มีศาลเจ้าชื่อดัง เดี๋ยวจะเล่าตอนถัดไปนะครับ และ ยอดเขาตรงนั้นเราจะไปพิชิตมันในวันพรุ่งนี้ อีกแค่ 1.2 กิโลเมตร กับการเดินขึ้นอีก 252 เมตร เท่านั้น

IMG_7404

มาฉลองกันหน่อย มีทุกอย่างจริง ๆ และพวกเราก็เข้านอนกันแต่หัววัน เพื่อเตรียมตัวตื่นนอนไปดูดวงอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า

วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม 2561 (August 6th 2018)

ตี 3:45 น. ถึงเวลาตื่นนอน เข้าห้องน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัง เติมน้ำให้เต็ม พร้อมเดินทางตอน 4:15 น. ​ซึ่งต้องดูเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นให้ดี ถ้ามาช่วงต้นสิงหาคม ดวงอาทิตย์จะขึ้นประมาณตี 5 ส่วนกรกฎาคม ดวงอาทิตย์จะขึ้นไวมาก อาจจะต้องออกเช้ากว่านี้ สามารถดูข้อมูลอากาศได้ที่ https://www.mountain-forecast.com/peaks/Haku-san/forecasts/2702

IMG_7497

สิ่งที่ควรนำติดตัวมาด้วย ก็คือไฟฉายคาดหัว และน้ำเปล่ามาให้เพียงพอครับ ทางเดินขึ้นไม่ยากมาก มีพื้นหินปูทางเป็นบันใดขึ้นไปแบบไม่ชันมาก

IMG_7498ใช้เวลาเดินไม่นานและไม่เหนื่อยมาก ใช้เวลาเดินแค่ 40 นาทีก็ถึงยอด ระหว่างทางก็เริ่มเห็นแสงออกมาแล้ว

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

4:56 น. เราขึ้นมาถึงบนยอดเขาอย่างง่ายดาย และนี่คือวิวที่เห็นก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น

นี่คือภาพบรรยากาศตอนที่ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้ามา พร้อมกันนั้นมีพระมานำสวดอะไรสักอย่างด้วย สุดยอดไปเลย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

มีคือบรรยากาศทะเลหมอก พร้อมกับฟ้าสวย ๆ ดวงอาทิตย์ดวงโต ๆ ในวันนั้นบนยอดเขาอุณหภูมิประมาณ 10 องศาเซลเซียส

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

แน่นอนว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ บนยอดเขามีพระมานำสวด นักปีนเขาจำนวนมากเกือบทั้งหมดก็มาเข้าร่วมพิธีครับ และลองมองภาพด้านบนดี ๆ เราจะเห็นเงาของ Hakusan อีกด้วย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึกกันหน่อย ทริปนี้เพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่มาด้วยหลายคนเรียนจบป.เอกกันแล้ว อีกนานกว่าจะได้เจอกันอีก เลยถือว่าเป็นทริปส่งท้าย ขอบคุณ อาร์ท น้องจูน น้องตาล น้องไข่เจียว น้องคิมชาวกัมพูชา คุณฮุงชาวเวียดนาม และสุดท้ายคือน้องโยแม้ว่าจะไม่ได้ขึ้นมาด้วยกัน แต่ว่าครั้งหนึ่งเรามาที่จุดสูงสุดที่ 2,702 เมตรด้วยกันแล้ว

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เมื่อมองวิวไปรอบ ๆ เจอทะเลหมอกสวย ๆ ภูเขามากมายสูงสลับซับซ้อน

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

บนยอดเขาแม้จะเข้ากลางฤดูร้อนแล้วยังคงมีหิมะให้เห็นอยู่มากมาย

IMG_7722

เมื่อมองย้อนลงมา เราเห็น Murodo Center ลองซูมกันเข้ามาอีก

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เราพักบ้านหลังซ้ายมือล่างสุด ส่วนได้ซ้ายสุด ๆ เป็นห้องน้ำรวมครับ ส่วนตรงกลางหลังใหญ่ ๆ ด้านบนเป็น Center ที่มีขายของทุกอย่าง ร้านอาหาร ร้านขายน้ำ แหล่งข้อมูล รวมถึงไปรษณีย์ ในนั้น ตรงกลางล่างนั่นคือศาลเจ้า

IMG_7708

เมื่อมองย้อนกลับขึ้นไปบนยอดเขา ทางไม่สูงมาก ไม่ชันมาก เป็นบันใดเป็นขั้น ๆ ขึ้นไป

เมื่อลงมาโดยใช้เวลาไม่นาน เราก็มาทานอาหารเช้ากัน เวลาอาหารเช้าในช่วงเดือนสิงหาคมคือ 6.00 – 8.00 น. และจะแตกต่างไปตามแต่ละเดือน

IMG_7745

อาหารเช้าของพวกเรา หน้าตาประมาณนี้ กินกันอิ่มก็ไปเดินเล่นบริเวณ Murodo ต่อ

View this post on Instagram

ภูเขาฮัคซัง #Hakusan #白山 เป็นภูเขาไฟที่มีความสูงกว่า 2,702 เมตร ตั้งอยู่ในกลางของรอยต่อของ 3 จังหวัดคือ #Ishikawa #Gifu #Fukui ที่บริเวณก่อนทางขึ้นสู่ยอดเขาที่ความสูง 2,450 เมตร มีศาลเจ้า ⛩ #白山奥宮 ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,300 ปีและมีสาขาของศาลเจ้านี้กว่า 3,000 สาขาในญี่ปุ่น ในตอนเช้าเมื่อเราปีนขึ้นไปที่ยอดเขา ศาลเจ้าจะมีการนำสวดมนตร์ที่ศาลเจ้าบนยอดเขา โดยนักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมพิธีได้ #神社 #石川 #白山市 #Japan #Mountain #Summit #Shrine

A post shared by Oak 옥 オーク (@oakabc) on

ตรง Murodo มีศาลเจ้าสาขาของ Shirayama Hime Jinja 白山比咩神社 ศาลเจ้านี้ดังมาก ๆ โดยมีศาลเจ้าลูกกว่า 3,000 สาขา Shirayama Hime Jinja ตั้งอยู่ตีนเขาของ Hakusan ในเมือง Tsurugi

จุดนี้คือ Hakusan Okumiya Prayer Hall เป็นจุดที่เราสามารถไปสวดเพื่อบูชาภูเขาได้ จุดนี้มีอายุกว่า 1,300 ปี ซึ่งเก่าแก่มาก และมีตำนานมากมาย พวกเราส่งไปรษณีย์และกราบไหว้ศาลเจ้าส่งท้ายก่อนเดินลงเขา

IMG_7763

ตอน 8.27 น.​ เราเริ่มต้นออกเดินจาก Murodo ทางลงเขาจะมีทางแยกหลายทางมาก จากในรูปถ้าเดินแยกซ้ายไปนี่ไปลงอีกจังหวัดเลยนะครับ ระวังด้วยละ

WP_20180805_14_48_56_Pro__highres

8.47 น. เราก็มาถึงจุดทางแยก ใช้เวลาลงมาแค่ 20 นาทีเอง ต้องเดินลงมาให้เจอป้ายนี้ก่อนนะครับ แล้วเราเดินแยกซ้ายไปเพื่อไป Bettodeai จะเห็นว่าระยะทางไกล้ ๆ กัน แต่ลงทาง Saboshindo เถอะ เพื่อรักษาหัวเข่า

IMG_7790

เมื่อมองลงไป นี่คือทางที่เราต้องลงไป ยาวกันไปเลยทีเดียว

IMG_7796

ทาง Saboshindo จะลงแบบไม่ชันมาก จะลงแบบซิกแซกไปมา ทำให้ช่วยเข่าเจ็บได้อย่างดี

WP_20180806_09_00_16_Pro

มีดอกไม้ริมทางบ้าง

IMG_7822

สภาพเส้นทางคือค่อย ๆ ลาดลงไปตามหุบเขา มีไอหมอกขึ้นมาแะทะหน้าบ้าง

IMG_7826

9.28 น.​เราใช้เวลา 1 ชั่วโมงในการทำระยะทางลงมาได้ 1.8 กิโลเมตร

WP_20180806_11_25_27_Pro__highres

IMG_7839

11.41 น. เราเดินตรงดิ่งผ่านลงมายังจุดพักสุดท้ายคือ Nakahanba ใช้เวลามาถึงตรงนี้ใน 3.14 ชั่วโมงหรือ 194 นาที

IMG_7846

ทางเดินเมื่อลงเขามาขึ้นก็จะเดินผ่านป่าทึบในหุบเขา ไม่ค่อยเห็นวิวอะไรเลย

IMG_7856

12.34 น. ในที่สุดเราก็ถึงที่ Bettodeai รวมใช้เวลาลงมาทั้งหมดประมาณ 4 ชั่วโมงครับ

หลังจากนั้นก็รอรถบัสเพื่อมารับเรากลับไปที่ Ichonose camp เพื่อขับรถกลับ สำหรับรอบรถในวันจันทร์ตามตารางจะมีถึงแค่ 15:30 น. เท่านั้น ดังนั้นต้องวางแผนให้ดีนะครับ

สิ่งที่ควรนำติดต่อไป – แนะนำว่าติดตัวไปให้น้อยที่สุด

1.ไม้เท้าเดินป่า จะช่วยมากในช่วงขาลง

2.น้ำดื่มในปริมาณที่เพียงพอ โดยเฉพาะน้ำเกลือแร่เพื่อใช้เพิ่มพลังงาน

3.เสื้อกันลมที่สามารถกันฝนได้ด้วย เนื่องจากบนยอดเขาอากาศหนาว และ ลมแรงมาก

4.กางเกงกันฝนได้

5.ครีมกันแดด หมวก แว่นกันแดด และอะไรก็ตามที่ปกป้องแดด แดดแรงมาก

6.พาสปอร์ต เอกสารประจำตัว

7.ยาประจำตัว

8.รองเท้าผ้าใบดี ๆ สักคู่

9.รองเท้าแตะใช้เดินที่ Murodo Center

10.เงินเยน

11.ถุงพลาสติกใส่ขยะ เพราะไม่มีที่ทิ้งขยะให้ ขยะทุกชิ้นต้องนำลงมาเอง

12.อาหาร ขนมที่ให้พลังงานสูง

13.ไฟฉายคาดหัว สำหรับกิจกรรมยามค่ำคืนเพราะที่นี่ดับไฟตอน 20:30 และสำหรับการเดินขึ้น Summit

สรุป

Fujisan Hakusan
ความสูงของยอดเขา (Summit) 3,776 m 2,702 m
ความสูงที่เปลี่ยนแปลง 1,471 m 1,442 m
ระยะทางไป-กลับ 12.7 km (Up:5.8+Down:6.9) 14.4 km (Up:6+1.2+Down:1.2+6)
ระยะเวลาไป-กลับ 10.5 Hrs (Up:390+60+Down: 60+140+40) 8.3 Hrs (Up:290+40+Down:30+140)
ความยาก 3.75/5 4/5
ระยะทางขึ้น Summit จากที่พัก 1.1 km 1.2 km
ความสูงจากที่พักถึง Summit 379 m 252 m
ระยะเวลาจากที่พักขึ้น Summit 80 minutes 40 minutes
น้ำดื่ม ซื้อหาได้ตลอดทางตามบ้านพักต่าง ๆ หาได้ตามที่ shelter เท่านั้น และ อีกที่คือ Murodo เท่านั้น
สิ่งอำนวยความสะดวก ดีมาก มีอาหาร ห้องน้ำเสียเงิน น้ำตลอดทาง น้อย ไม่ค่อยดี ไม่มีน้ำขาย มีแต่จุดเติมน้ำ อาหารหาได้บน Murodo เท่านั้น
สภาพทางเดินขึ้น ทางเดินขึ้นง่าย มีผ่านการปีนหินบ้าง (Yoshida) ทางเดินขึ้นยาก ชัน (Kankoshindo)
สภาพทางเดินลง ทางเดินลงยาก ลื่น เป็นหินกรวดซิกแซกลงไปใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง (Yoshida) ทางเดินลงดี ไม่ชันมาก เป็นขั้น ๆ อย่างดี (Saboshindo)

หวังว่าข้อมูลจะได้ประโยชน์ไม่ใช่น้อย ขอบคุณที่ติดตาม และโปรดแชร์นะครับ

ขอบคุณเพื่อนร่วมทริป อาร์ท น้องจูน น้องตาล น้องไข่เจียว น้องโย

Thank you to join this trip to Kimseng, Hung !

สำหรับคนที่จะมาปีน ควรหาที่พักแถวเมือง Kanazawa นะครับ

  • ทางไปจอง Booking
  • ทางไปจอง Agoda

โปรดติดตามรีวิวการปีนภูเขาไฟฟูจิได้ต่อไป..

By Oak 180818 Nomi, Ishikawa, Japan

Advertisements
About Oak (47 Articles)
I blog about Travel, Eat, Sleep, Inspiration. visit : https://www.facebook.com/oakinth

2 Comments on ปีนเขา Hakusan 白山 1 ใน 3 ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของญี่ปุ่น

  1. อยากไปจัง สสวยมากเลยค่ะ

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: