Advertisements
Latest :

Iceland Summer 2014: 12 วัน 10 คืนเที่ยวรอบเกาะ 3,000 กิโลเมตร | ตอนที่ 1: การเตรียมตัว และข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับไอซ์แลนด์

สำหรับคนที่เข้ามาใหม่โปรดอ่านตามข้อมูลด้านล่างนี้เพื่อความต่อเนื่องครับ

541613158_b27a65f94f_o

credit : Victor Montol

ย้อนกลับไปเมื่อผมใช้เวลาในการเป็นนักศึกษาปริญญาโทประเทศเยอรมัน ได้มีโอกาสในการเดินทางไปประเทศไอซ์แลนด์ในช่วงหน้าร้อนเมื่อปี 2011 ในตอนนั้นได้ไปเที่ยวเพียงแค่ 5 วัน แต่รู้สึกว่าประเทศนี้สวยจัง ธรรมชาติยิ่งใหญ่มาก ! ก็เลยคิดว่าจะต้องพาครอบครัวมาให้ได้ จึงได้เป็นจุดเริ่มต้นของทริปนี้เลย

ผมเห็นหลายคน (โดยเฉพาะคนไทย) มีการรีวิวการไปประเทศไอซ์แลนด์มากมายโดยเฉพาะใน Pantip โดยเฉพาะการไปดูแสงเหนือ แต่ที่จริงแล้วไอซ์แลนด์นั้นมีความสวยงามมากในหน้าร้อน เนื่องจากมีกลางวันที่ยาวนาน มีแสงเพียงพอเพื่อให้ได้ถ่ายรูปสวยๆ ทุกอยากมีชีวิตชีวา นอกไปจากนั้นแล้วสถานที่ต่างๆสามารถเดินทางไปได้ง่าย ไม่เหมือนกับหน้าหนาวที่มีอันตรายจากหิมะ น้ำแข็งลื่นๆ แสงที่น้อย ทำให้อาจจะท่องเที่ยวได้ไม่เต็มที่ สำหรับหน้าร้อนที่ไอซ์แลนด์ ถือว่าเป็น High Season ซึ่งก็มีข้อเสียคือทุกอย่างจะแพงมาก แต่คุ้มกับที่จ่ายไปอย่างแน่นอน มาลองดูกันว่าคุณจะได้พบเจออะไรในหน้าร้อนบ้าง ผม น้องชาย และ คุณพ่อ คุณแม่ ไปกันครั้งนี้เป็นครอบครัว ผมจะมาเล่าเรื่องราว สถานที่ท่องเที่ยว ประสบการณ์ต่างๆที่ได้เจอในทริปนี้ให้ทุกคนได้รู้กัน ขอบคุณที่ติดตามครับ

ทำไมหน้าร้อนที่ไอซ์แลนด์ Why Iceland in Summer ?

  • เพื่อนรักสัตว์โลกตัวเล็ก นกพัฟฟิ่น (Puffins) – นกที่มีหน้าตาน่ารักที่สุดในโลก คุณจะได้เจอกับพวกมันทั่วไอซ์แลนด์ ในหน้าร้อนมันจะบินมาจากทางเหนือเพื่อวางไข่ ฟักไข่ และ ดูแลลูกน้อยของมันให้แข็งแรง ก่อนที่มันจะบินกลับไปในทะเลกรีนแลนด์ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

  • ชมวาฬ (Whale Watching) – แม้การออกเรือไปชมวาฬจะสามารถทำได้ทุกฤดู แต่หน้าร้อนเป็นฤดูที่สามารถชมวาฬและมีโอกาสที่จะได้เห็นมันมากที่สุด วาฬที่เจอได้มากที่สุดคือ Humpback Whale โดยเฉพาะเมืองหลวงแห่งการดูวาฬนั่นคือ Husavik ที่มีโอกาสเห็นพวกมันได้เห็นพวกมันได้มากกว่า 90 % เลยทีเดียว

  • กลางคืนที่สว่างจ้า (Midnight Sun) – กลางวันในประเทศตอนเหนือของโลกอย่างไอซ์แลนด์แทบไม่มีความมืดเลย ที่นี่สว่างตลอด 24 ชั่วโมง นั่นหมายความว่าสามารถเที่ยวได้สบายๆไม่ต้องรีบ หลายๆสถานที่ทางธรรมชาติไม่มีเวลาเปิดปิด มีเวลาให้ท่องเที่ยวอย่างเหลือเฟือ
  • Highlands แดนมหัศจรรย์ – พื้นที่ตอนกลางของไอซ์แลนด์ที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ แต่เป็นสถานที่ที่มีภูมิประเทศสวยงาม สามารถเข้าไปได้ในหน้าร้อนเท่านั้น ในหน้าหนาวถนนส่วนใหญ่ที่จะเข้าไปที่นี่ โดยเฉพาะถนน F-Road สายต่าง ๆ ที่ผ่านพื้นที่นี่ก็จะปิดตัวลง สถานที่ดัง ๆ ใน Highlands เช่น Landmannalaugar ที่มีภูมิประเทศภูเขาสลับซับซ้อนของภูเขาไฟ แต่ในหน้าหนาวก็เข้ามาได้ แต่ต้องใช้บริการรถ Super Jeep นั่นเอง

640px-landmannalaugar

Credit : Wikipedia
  • น้ำตก Waterfall – แน่นอนว่าในหน้าร้อนเราจะได้เห็นน้ำตกอันทรงพลังจากการที่แสงแดดและความร้อนละลายน้ำจากธารน้ำแข็งออกมา พลังน้ำตกจึงรุนแรงตื่นเต้นอย่างมากในหน้าร้อน
  • ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ดูวิวจากมุมสูง Helicopter Tour – ในหน้าหนาวที่ไอซ์แลนด์ทุกอย่างจะขาวโพลน มันดูไม่มีความน่าสนใจ ดังนั้นในหน้าร้อนนี่แหละที่คนนิยมนั่งเฮลิคอปเตอร์ไปดูภูมิประเทศสวยงามแปลกตา

อะไรที่ไม่มีในหน้าร้อน ?

  • แสงเหนือ (Aurora) – ไม่เจอแน่นอน เพราะสว่างทั้งวัน
  • วาฬเพชรฆาต (Orca) –  มันจะมาเฉพาะช่วงฤดูหนาว ในแถบ West Iceland
  • ถ้ำน้ำแข็ง (Ice cave) – เนื่องจากในหน้าร้อนความร้อนจะทำให้ธารน้ำแข็งละลาย เป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยว ก็เลยต้องจัดในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น

อากาศ Weather in Iceland

ประเทศไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่มีอากาศแปรปรวนมาก ๆ ด้วยความที่เป็นเกาะเล็ก ๆ กลางมหาสมุทรแอตแลนติก ทั้งมีกระแสน้ำอุ่นน้ำเย็นไหลผ่านบริเวณนี้ ทำให้อากาศไม่สามารถคาดเดาได้ เพราะคนไอซ์แลนด์กล่าวว่า ถ้าคุณไม่ชอบอากาศ ณ ตอนนี้ ให้รออีก 15 นาทีอากาศก็จะเปลี่ยนไป ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ เพราะอากาศเปลี่ยนไวมาก จากแดดสดใส อาจจะกลายเป็นฝนรุนแรง ลมกรรชกแรงมาก และ กลับมาสดใสได้อีก

iceland-climate-graph

ภูมิอากาศที่ไอซ์แลนด์ แม้จะอยู่ตอนเหนือของโลก แต่อากาศนั้นกลับไม่ได้หนาวอย่างที่คิด เพราะอิทธิพลของกระแสน้ำอุ่นทำให้ในฤดูหนาวไม่หนาวมากนัก ฤดูร้อนที่ข้อนข้างเย็นสบาย

ผมได้ทำแผนที่การเดินทางทั้ง 12 วันบน Google Map เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าไปดู ผมได้ทำการปักหมุดสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่ได้ไปมาไว้บนแผนที่หมดแล้ว แถมด้วยสถานที่ที่ควรจะไป แต่ไม่ได้ไปในทริปนี้ด้วยครับ สามารถกดลงไปบนภาพแผนที่ด้านบนได้เลย ก็จะลิ้งค์ไปหาแผนที่ดังกล่าวครับ

การเตรียมตัว (Before You Go) – ก่อนไปต้องเตรียมอะไรบ้าง

  1. วีซ่าไอซ์แลนด์ (Iceland Visa) – ไม่มีไม่ได้นะ อ่านที่นี่ : การขอวีซ่าไอซ์แลนด์
  2. จองตั๋วเครื่องบิน (Air Tickets) – ผ่าน skyscanner เลย
  3. ใบขับขี่สากล (International Driving License) – ถ้าจะขับรถ เตรียมไปเลยครับทำไม่ยาก ดูวิธีการขอได้ที่ การขับรถท่องเที่ยวในประเทศไอซ์แลนด์
  4. ที่พัก (Accommodation : ผมจองผ่าน booking.com อย่างเดียวเลยครับ แต่ agoda.com มีตัวเลือกมากกว่า)
  5. เช่ารถ (Car rental) ผมใช้บริการของ Blue Car Rental
  6. จัดกระเป๋า (What should you put in your bag)
  7. วางแผนการเดินทาง (Itinerary) ดูแผนการเดินทาง สำหรับใช้ในการขอวรซ่าด้วย
  8. ขอ PIN code บัตรเครดิต เพราะใช้ในการเติมน้ำมันด้วยตัวเอง (ดูการเติมน้ำมันในไอซ์แลนด์)
  9. เตรียมใจไปผจญภัย (Adventure)

เงิน Money

เงินที่ไอซ์แลนด์ใช้สกุลเงิน Icelandic Krona (Ikr) ไม่มีเงินชนิดนี้ให้แลกที่เมืองไทย แต่คุณสามารถใช้บัตรเครดิตได้ทั่วทั้งประเทศแม้แต่ในชนบท ในทริปนี้เราไม่ได้แลกเงินเลยครับ ใช้บัตรเครดิตอย่างเดียว ถ้าต้องการเติมน้ำมันโดยใช้บัตรเครดิต ให้ขอพิน (PIN Code) 4 หลักจากธนาคารได้ครับ

Rate ณ ปี 2017 : 1 Ikr = 0.35 บาท เช่น Simcard Siminn ราคา 2,000 Ikr = 2,000*0.35 = 700 บาท

อินเตอร์เน็ต Internet

แน่นอนว่าไปไอซ์แลนด์ทั้งทีเราก็อยากจะแชร์รูปสวย ๆ ให้เพื่อน ๆ ได้ดูบนโลกโซเชียล สามารถหาซื้อซิมได้ตามร้านค้าในปั้มน้ำมัน ตอนที่ผมไปใช้ยี่ห้อ Síminn (https://www.siminn.is/prepaid/) โดยซื้อที่ร้านในปั้มน้ำมัน ใส่ซิมแล้วใช้ได้เลย ถ้าเน็ตหมดเติมเงินผ่านเว็บได้ ปล. ให้เก็บรหัสเปิดซิมด้วย เพราะมีการล็อกซิมเอาไว้

Day 1 (10 July 2014): Bangkok – Munich (Germany) – Keflavik (Iceland) 

วันแรกของการเดินทาง ในวันนี้ผมได้ใช้บริการของการบินไทย TG924 เนื่องจากตั๋วบางส่วนสามารถแลกไมล์ฟรีได้ ก็เลยเดินทางด้วยการบินไทย และ บินไปลง Munich จากนั้นใช้บริการของสายการบิร Air Berlin เพื่อบินไปลงยังเมือง Keflavik ซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติของประเทศไอซ์แลนด์ เราเดินทางมาถึงสนามบินในตอนเช้าเวลา 11:00 น. เพื่อทำการเช็คอิน และ นั่งกินข้าว เพื่อรอเวลาขึ้นเครื่องในเวลา 13:25 น. เราโดยสายด้วยเครื่องบินแบบ Boeing 747-400 ยิงยาวไปกันเลย

bkkmucicelandtgmuc

เที่ยวบินรอบนี้โล่งมาก อาจจะเพราะเราหนีออกมาก่อนวันหยุดยาว คนส่วนใหญ่เลยรอไปช่วงหยุดยาว ทำให้เราสามารถจองพื้นที่นั่งแบบส่วนตัวได้ ง่วงตอนไหนก็นอนยาวได้เลย พี่ๆน้องๆที่บริการเที่ยวบินนี้ดีมากๆ นี่เป็นเหตุผลที่เราชอบการบินไทย เพราะบริการดี เอาใจใส่ อาหารอร่อย

เครื่องบินใช้เวลาบินประมาณ 11:15 ชั่วโมงก็ถึงเมืองมิวนิคประเทศเยอรมันในเวลา 19:40  เพื่อรอต่อเครื่องที่สนามบิน

เมื่อเข้าสู่เยอรมันซึ่งเป็นประเทศแรกในเขตเชงเก้น เราก็ต้องไปที่ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองครับ ซึ่งจากประสบการณ์เขาจะถามว่า เราจะเดินทางต่อมั้ย ? ทำไมขอวีซ่าเดนมาร์ก ? ขอดู ตั๋วที่จะไป Iceland หน่อย ?

ซึ่งเราก็ตอบไปว่า เราจะไปไอซ์แลนด์ต่อ ยื่นตั๋วให้ดู และ ตอบเขาว่าเนื่องจากไม่มีสถานทูตไอซ์แลนด์ในประเทศไทยนะ เลยต้องขอที่นี่ จากนั้นก็สามารถผ่านการตรวจคนเข้าเมืองได้อย่างสบายใจ

mucairport

จากนั้นเราก็เดินทางไปรับกระเป๋า เนื่องจากไฟลท์เราไม่ได้ต่อกัน เลยต้องไปเอากระเป๋าและมาเช็คอินที่เคาท์เตอร์ของ Air Berlin ครับ ตอนที่จองมาก็ให้เวลา connection flight ประมาณ 1:45 ชั่วโมงสบายๆ เพื่อขึ้นเครื่องบินรอบต่อไปในเวลา 21:25 ด้วยสายการบิน Air Berlin (AB3906) เพื่อเดินทางไปสนามบิน Keflavik ของประเทศ Iceland ครับ โดยใช้เวลาอีก 4:10 ชั่วโมง

onab

เนื่องจากกลัวว่าสมาชิกจะหิวกัน เลยสั่งจองอาหารเอาไว้ด้วย เนื่องจากเวลาเมืองไทยในตอนที่บินนั้นจะตรงกับช่วงอาหารเย็นพอดีครับ

ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงสนามบิน Keflavik เมือง Keflavik ประเทศไอซ์แลนด์เป็นที่เรียบร้อยแล้วในเวลา 23:30 โดยใช้เวลาจากเมืองไทย รวมหยุดพักที่มิวนิค ก็รวมได้เป็นเวลา 17:10 ชั่วโมงเลยทีเดียว

เราทำการรับกระเป๋าที่สายพาน และ เดินทางไปพักผ่อนคืนแรกที่โรงแรม Airport Hotel Aurora Star เพราะว่าเราถึงดึกมาก และโรงแรมนี้ติดสนามบินพอดี เราเดินลากกระเป๋าไปที่โรงแรมที่อยู่ห่างออกไป 100 เมตรก็ถึงพอดี

e17fd92b_z

Source : https://www.booking.com/hotel/is/airport-sma-ri.html?aid=819922

ซึ่งเราจอง Family Room นอนได้ 4 คนพอดี หรือจองโรงแรมในเมือง Keflavik ได้ที่นี่

เรานอนพักผ่อนเต็มที่ เพื่อพร้อมเดินทางในวันต่อไป

สำหรับวันที่ 2 จะไปไหนต่อเชิญอ่านต่อได้เลยครับ

Iceland Summer 2014: 12 วัน 10 คืนเที่ยวรอบเกาะ 3,000 กิโลเมตร | ตอนที่ 2: การเดินทางวันที่ 2 เส้นทาง Keflavik – Blue Lagoon – The Golden Circle

Advertisements
About Oak (39 Articles)
I blog about Travel, Eat, Sleep, Inspiration. visit : https://www.facebook.com/oakinth

4 Trackbacks / Pingbacks

  1. แผนการเดินทางไป #ไอซ์แลนด์ 12 วัน 10 คืน | #Iceland #Itinerary 12 Days 10 Nights – Oak.in.th : My Everyday Life Journey
  2. Iceland Summer 2014: 12 วัน 10 คืนเที่ยวรอบเกาะ 3,000 กิโลเมตร | ตอนที่ 2: การเดินทางวันที่ 2 เส้นทาง Keflavik – Blue Lagoon – The Golden C
  3. Iceland Summer 2014: 12 วัน 10 คืนเที่ยวรอบเกาะ 3,000 กิโลเมตร | ตอนที่ 2: การเดินทางวันที่ 2 เส้นทาง Keflavik – Blue Lagoon – The Golden C
  4. Iceland Summer 2014: 12 วัน 10 คืนเที่ยวรอบเกาะ 3,000 กิโลเมตร | ตอนที่ 2: การเดินทางวันที่ 2 เส้นทาง Keflavik – Blue Lagoon – The Golden C

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: