Advertisements
Latest :

การขับรถท่องเที่ยวในประเทศ #ไอซ์แลนด์ | Driving in #Iceland

ในการท่องเที่ยวที่ประเทศไอซ์แลนด์ นักท่องเที่ยวส่วนมากนิยมเช่ารถแล้วขับเที่ยวรอบเกาะ เพราะสามารถแวะจอด ไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบ ไม่ต้องรีบเร่ง ไม่มีข้อจำกัด การขับรถในไอซ์แลนด์เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เพราะตลอดเส้นทางจะผ่านทิวทัศน์ที่สวยงาม เป็นประเทศที่ขับรถไปตรงไหนก็สวย อยากแวะถ่ายรูปไปซะทุกจุดเลย การขับรถเป็นอะไรที่สะดวกมาก แต่รถที่นี่ขับพวงมาลัยซ้าย คนไทยอยากเราอาจจะไม่ชินบ้างในตอนแรก แต่ก็สามารถขับได้อย่างสนุกสนาน ซึ่งถ้าไม่ขับรถเองก็ยังสามารถนั่งรถบัสรอบเกาะ หรือซื้อทัวร์ได้ซึ่งจะใช้ค่าใช้จ่ายที่สูงและเสียเวลานั่นเอง

การที่จะสามารถขับรถในประเทศไอซ์แลนด์ได้ นักท่องเที่ยวต้องทำใบขับขี่ระหว่างประเทศ ได้ที่ กรมขนส่งทางบก โดยใช้เอกสารประกอบไม่มาก ทำเพียงไม่เกิน 20 นาทีก็ได้แล้วครับ แต่จากการสอบถามร้านเช่ารถ เขาบอกว่าใบขับขี่ทุกประเทศที่มีภาษาอังกฤษเขาก็รับนะ ไม่ต้องทำแบบ International มา แต่ยังไงก็ตามเราเอาชัวร์ไว้ก่อนละ สำหรับอายุที่ขับรถได้คือตั้งแต่อายุ 21 ปีขึ้นไป และ ถ้ารถ 4WD ต้องมีอายุ 23 ขึ้นไป (แล้วแต่บริษัท)

การขอรับใบขับขี่ระหว่างประเทศ
หลักฐานประกอบคำขอ
1) สำเนาหนังสือเดินทาง เล่มที่ใช้ในการเดินทาง ประวัติหน้าที่แก้ไข ( พร้อมฉบับจริง )
2) สำเนาประจำตัวประชาชน ( พร้อมฉบับจริง )
3) สำเนาใบขับขี่รถส่วนบุคคล หรือ ตลอดชีพ ( พร้อมฉบับจริง )
ใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถตามกฎหมายว่าด้วยกรมการขนส่งทางบกซึ่งยังไม่หมดอายุ (พร้อมฉบับจริง)
4) รูปถ่าย ขนาด 2 นิ้ว 2 รูป ******( รูปถ่ายไม่เกิน 6 เดือน ) ถ่ายรูปหน้าตรง 
ไม่สวมหมวกหรือสวมแว่นตาสีเข้ม, ไม่มีภาพวิวหลังรูป
5) สำเนาหลักฐานการแก้ไขชื่อ- สกุล, ทะเบียนสมรสหรือใบหย่า
6) ค่าธรรมเนียม 505 บาท
ขั้นตอนการดำเนินการ
1) ตรวจสอบเอกสาร และออกคำขอ
2) ชำระค่าธรรมเนียม / จัดทำต้นขั้วใบขับขี่ / จ่ายใบขับขี่
หมายเหตุ กรณีไม่สามารถมาดำเนินการด้วยตนเอง ให้เตรียมหลักฐาน ดังนี้
1) ใบมอบอำนาจ ติดอากรแสตมป์ 10 บาท
2) สำเนาบัตรประชาชน ของผู้รับมอบอำนาจ
สถานที่ติดต่อ
ส่วนกลางติดต่อได้......ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5
ส่วนภูมิภาคติดต่อได้ที่ .......สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัด
ข้อมูลเพิ่มเติม DLT Call Center 1584

ก็คือไปที่เดียวกับที่เราทำใบขับขี่นั่นแหละ แต่ใช้เวลาไม่นานครับ เตรียมเอกสารไปให้ครับ รูปให้ชัด รับบัตรคิว แล้วรอ จ่ายตังค์ ก็ได้มาครองแล้วครับ

ถนนหมายวงแหวนหมายเลข 1 | Iceland’s Ring Road no.1

route1iceland

ถนนหลักของประเทศไอซ์แลนด์หมายเลข 1 ความยาวกว่า 1,332 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางอย่างดี เป็นวงกลมไปรอบประเทศไอซ์แลนด์ ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกสวยงามต่างๆ เช่น Seljalandsfoss, Skogarfoss, Godagoss ที่อยู่แนบชิดติดถนนเลย รวมไปถึง ทะเลสาบน้ำแข็งอย่าง Jokulsarlon รวมไปถึงเมืองใหญ่ต่างๆอย่าง (1) Reykjavík; (2) Borgarnes; (3)Blönduós; (4) Akureyri; (5) Egilsstaðir; (6) Höfn; (7) Selfoss (ที่มา : wikipedia)

ในหน้าร้อนสามารถขับรถท่องเที่ยวไปตามถนนสาย 1 ได้อย่างสบาย แต่ในหน้าหนาวที่มีหิมะตกหนัก ทางอาจจะต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง หรือในบางครั้งทางอาจจะปิดได้ หรือหิมะตกหนักมากจนมองไม่เห็นทาง หรือมีลมแรงมากจนรถตกถนนได้เลยทีเดียว

ความเร็วในการขับรถ | Speed Limit

ประเทศไอซ์แลนด์นั้นมีกฎหมายที่เคร่งครัดสำหรับการขับรถมาก คนที่ฝ่าฝืนอาจจะโดยค่าปรับสูงสุดถึงประมาณ 30,000 บาท และ โดนห้ามขับรถเป็นเวลา 3 เดือน (ที่มา)

max_speed_iceland

ที่มา: http://www.iceland24blog.com/2013/09/tourist-caught-speeding-speed-tickets.html

ป้ายแสดงการจำกัดความเร็ว โดยแถวแรกคือเมือง แถวที่ 2 คือนอกเมือง ถนนแบบลูกรัง แถวที่ 3 คือ ถนนลาดยาง โดยในการขับรถที่ไอซ์แลนด์บังคับว่าต้องเปิดไฟหน้าเสมอ ไม่ว่าจะตอนสว่างหรือตอนมืดแล้วก็ตาม ความเร็วโดยทั่วไปก็คือในเมืองไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วในการขับรถบนถนนลูกรังไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วในการขับบนถนนลาดยางนอกเมืองไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลดหลั่นกันไปสำหรับรถที่มีขนาดใหญ่ สำหรับคนที่ขับความเร็วเกินกำหนดนั้นต้องระวังกล้องจับความเร็ว หรือตำรวจที่อยู่ตามจุดต่างๆ โดยค่าปรับในการขับความเร็วเกินกำหนดมีโทษที่สูงมาก !! ทุกคนที่อยู่ในรถต้องคาดเข็มขัดไม่ว่าจะนั่งหน้านั่งหลัง เพื่อความปลอดภัย เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีต้องมี car seat

437370a

กล้องตรวจจับความเร็ว มีวางอยู่ในหลายๆจุดที่ประเทศไอซ์แลนด์ 
ที่มา: http://www.lotuscarrental.is/images/437370a.jpg

กล้องตรวจจับความเร็วนั้นมีตั้งอยู่ทั่วไป นักท่องเที่ยวไม่ควรขับเกินตามความเร็วที่กำหนด เนื่องจากถนนในไอซ์แลนด์ข้อนข้างแคบ สามารถเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย การขับรถสวนกันควรใช้ความเร็วตามกำหนด เนื่องจากถนนในไอซ์แลนด์บางที่ไม่ได้ลาดยาง ทำให้บางพื้นที่มีกรวดและหิน สามารถกระเด็นไปทำความเสียหายกับรถคันอื่นได้

เช่ารถในไอซ์แลนด์

การเช่ารถขับนั้นเป็นวิธีที่นิยมที่สุดในการท่องเที่ยว มีราคาถูก และสะดวก ยังสามารถไปไหนมาไหนได้ตามที่ต้องการ การเช่ารถในหน้าร้อนที่เป็นหน้า High Season นั้นจะมีราคาแพงกว่าหน้าหนาวซึ่งถือว่าเป็น Low Season มาก การขับรถในไอซ์แลนด์สามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 ช่วงคือหน้าร้อน (Summer) และ หน้าหนาว (Winter) และ จะแบ่งตามประเภทของรถด้วย

การเช่ารถมีผลกับถนนที่จะใช้ในการขับ กล่าวคือไอซ์แลนด์มีถนนที่เรียกว่า F-road เป็นถนนที่ผ่ากลางของประเทศ โดยมากต้องใช้รถที่มีการขับเคลื่อนแบบ 4WD (4 wheels-drive) เท่านั้น เนื่องจากการผ่านพื้นที่ดังกลางอาจจะมีหลุมบ่อเป็นจำนวนมาก ในบางครั้งก็ต้องข้ามแม่น้ำสายเล็กๆ ที่รถเช่าธรรมดาไม่สามารถข้ามได้ รถเช่าแบบเล็กๆธรรมดาจะไม่สามารถเข้าพื้นที่นี้ได้ ดังภาพด้านล่าง

สำหรับการเช่นรถมักจะให้ซื้อคู่ประกัน จริงๆแล้วถ้าไม่อยากเสี่ยงก็สามารถซื้อประกันไว้ได้ แต่โดยมากบริษัทเช่ารถจะมีประกันต่างๆมาให้อยู่แล้ว แต่บางอย่างเช่น ยางแตก ประตูหลุดจากลมแรงมาก ก็ไม่รวมอยู่ในประกันด้วย

car_rental_flyer_summer_p1

จากภาพ จะเห็นได้ว่าถนนแบบ F-Road (Highland Road) รถเช่าธรรมดาไม่สามารถเข้าไปได้ 
และอาจจะเสียค่าปรับด้วย ที่มา (road.is)

car_rental_flyer_summer_p21

จากภาพ จะเห็นได้ว่าถนนแบบ F-Road (Highland Road) รถเช่าแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) 
สามารถเข้าไปได้ ที่มา (road.is)

สำหรับหน้าหนาวแล้ว การเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งอาจจะทำได้ลำบาก เพราะหิมะปิดทาง ทำให้บางถนนปิดตัวลง

car_rental_flyer_winter_p1

จากภาพ จะเห็นได้ว่าถนนแบบ F-Road (Highland Road) และ ถนนหลายเส้นทางไม่สามารถ
ใช้งานได้ โดยเส้นสีแดงคือเส้นทางที่ปิด ส่วนที่เป็นสีเทาคือถนน Highland road 
ไม่สามารถเข้าไปได้ โดยจะเปิดให้เข้าในช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่เป็นช่วงฤดูร้อน 
ที่มา (road.is)

ถนน Highland Road

4x4-f-roads

ที่มา caravan.is

ในไอซ์แลนด์ถนนที่ผ่าใจกลางประเทศก็คือ Highland Road หรือรู้จักกันในนาม F-Road เป็นถนนที่ต้องใช้รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น ถนนสายนี้สามารถใช้เป็นทางลัดจากเมืองหลวงไปสู่เมือง Akureyri ที่เป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ได้ และะ มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆอย่าง Landmannalaugar, Askja, Kerlingarfjöll และ อื่นๆอีกมากมาย

landmannalaugarviti_geothermal_lake_at_askjahveradalir-12

รูป Landmannalaugar, Askja, Kerlingarfjoll 
ที่มา : wikipedia, (www.kerlingarfjoll.is )

Screen Shot 2559-04-26 at 4.42.49 PM

ที่มา http://www.reykjavikcars.com/#!camper-rental-iceland/c230d

ในการเช่ารถมักจะมีบอกว่ารถประเภทไหนสามารถใช้กับถนน F-Road อย่างชัดเจน

สภาพเส้นทางก็จะเป็นถนนลูกรัง ไม่ค่อยเรียบ บางครั้งก็ต้องข้ามแม่น้ำ บางครั้งก็ข้ามไม่ได้ ในการขับรถต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง และ ไม่มีสัญญาณมือถือด้วย ในบางครั้งหากเกิดอุบัติเหตุอาจจะต้องรอคนช่วยเหลือ ไม่ควรเดินทางไปคนเดียว เมื่อเกิดอุบัติเหตุควรใช้เบอร์ 112 หรือใช้แอพพลิเคชันอย่าง 112 Iceland App เพื่อให้สามารถช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ (โหลดแอพฯ ได้ที่นี่) และศึกษาข้อมูลความปลอดภัยผ่าน http://safetravel.is/

iceland_car_stuck_in_river_1972

ในการข้ามแม่น้ำใน F-Road นั้นมีเทคนิคว่าควรข้ามในตอนเช้า ตอนที่กระแสน้ำยังไม่ไหลแรง พอสายๆความร้อนจากดวงอาทิตย์ก็จะเริ่มละลายหิมะหรือน้ำแข็งทำให้กระแสน้ำเชี่ยวและลึกจนบางครั้งไม่อาจจะข้ามได้

iceland_landscape_4539

การขับรถบนถนนแบบ F-Road เป็นการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นและน่ากลัวด้วย นักท่องเที่ยวควรใช้ทางด้วยความระมัดระวัง บางทีอาจจะติดอยู่เป็นวัน ดังนั้นควรเผื่ออาหาร เติมน้ำมันมาเผื่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันไว้ด้วย มีจริงๆนะ

สะพานที่ไอซ์แลนด์

สะพานที่ไอซ์แลนด์จะเป็นลักษณะที่มีเพียงช่องทางเดียว ผู้ใช้งานต้องรอรถคันที่มาถึงก่อนจะผ่านไปได้

web_large

ที่มา : http://www.bws.dk/media/231352/web_large.jpg

bridge-sign

ป้ายเตือนสะพานช่องเดียว ที่มา http://exviking.net/iceland

โดยจะมีป้ายสัญลักษณ์แจ้งเตือน ถ้าเห็นป้ายนี้ก็ต้องรีบชลอรถเพื่อดูว่ามีรถขับสวนมาหรือไม่ ปกติแล้วคนที่ถึงหัวสะพานก่อนจะได้ไปก่อน เมื่อรถคันที่สวนมาผ่านไปแล้ว เราสามารถยกมือทักทายขอบคุณได้ เป็นธรรมเนียมปฎิบัติที่ดีแสดงถึงน้ำใจ ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายรอเขา หรือเราไปก่อนก็ตาม

sbridges

ให้ชิดขวาเพื่อจอดรถให้รถผ่านมาก่อน ที่มา : https://cometoiceland.is/

เนินบอด | Blind Crest

หลายที่ในไอซ์แลนด์มีลักษณะเป็นเนินบอก นั่นคือเป็นเนินที่เราจะไม่เห็นรถที่สวนมาได้เลย จุดนี้ก็อันตรายเหมือนกัน โดยจะมีป้ายเตือนเอาไว้แบบนี้

a7wegmyvatn

ที่มา www.reiseberichte-und-fotografie.de

643483_d3

ที่มา www.umdiewelt.de

จะเห็นได้ว่าทางข้างหน้าเป็นเนินบอด จะไม่เห็นรถที่สวนมา ต้องขับช้าๆนะ ไม่งั้นประสานงานกันได้เลย

อันตรายจากสัตว์

ไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่มีการเลี้ยงแกะกันอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ กล่าวว่ามีจำนวนประชากรแกะมากกว่าจำนวนประชากรของไอซ์แลนด์เอง ด้วยเหตุนี้จึงต้องระวังน้องแกะกันด้วย จากวีดีโอนี้ที่ผมถ่ายเอง เจอน้องแกะนอนผึ่งแดดอย่างสบายใจ ดังนั้นควรขับรถด้วยความระมัดระวังนะ

นอกไปจากนี้ในหน้าหนาวอาจจะเจอเจ้าถิ่นอย่างกวางเรนเดียร์ที่ออกมาชื่นชมความงานบนท้องถนนเช่นกัน โดยเฉพาะตอนตะวันออกของประเทศ นอกจากนั้นยังมีม้า และ สัตว์อื่นๆมากมาย นกบางทีถ้าขับเร็วก็ขับชนนกได้เช่นกัน รถเราโดยมาแล้ว นกติดคากระโปรงหน้าเลย T_T

reindeers_south_east_iceland_fosshotel_vatnajokull

ที่มา fosshotel
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ระหว่างทาง ประเทศนี้ม้าครองถนนเลย

บางทีก็มีม้ามาเดินบนถนนแบบนี้ เราก็ค่อยๆขับตามไปนะ แต่สุดท้ายเขาก็เอามาลงไปกินหญ้า หลบให้เราเดินทางต่อไปได้ ประเทศนี้ต้องขับช้าๆ การขับรถบนถนนกรวดลูกรังรถเราจะเสียการทรงตัว ถ้าขับเร็วมาก็ไถลอยู่ดี

การขับรถในหน้าหนาว | Winter Driving in Iceland

หน้าหนาวนับว่าเป็นหน้า Low Season ของประเทศนี้เพราะความหนาวเย็น และ แสงอาทิตย์ที่น้อย ทำให้สว่างช้าและมืดเร็ว โชคดีที่ไอซ์แลนด์มีกระแสน้ำอุ่นทำให้หน้าหนาวไม่หนาวมากนัก แต่สำหรับคนไทยก็หนาวอยู่ดี

reykjavik

ที่มา http://www.gaisma.com/en/location/reykjavik.html

จากรูปนี้ในแสดงเดือนและเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นและตก สีเหลืองคือแสงอาทิตย์ สีแดงๆคือเวลารุ่งเช้า เห็นว่าเดือน 6-8 นี่มีวันที่ดวงอาทิตย์เปล่งแสงตลอด เราเรียกว่าดวงอาทิตย์เที่ยงคืนนั่นเอง แต่ที่ประเทศไอซ์แลนด์ไม่ได้เห็นดวงอาทิตย์เที่ยงคืนสักทีเดียว แต่กลางคืนในช่วงนี้สว่างตลอด กลับกันในหน้าหนาวก็มีแสงกลางวันน้อยมาก กลางคืนก็มืดสนิท ทำให้เห็นแสงเหนือกันได้ในช่วงนี้

การขับรถในไอซ์แลนด์ในหน้าหนาว เป็นเรื่องที่ท้าทายสุดๆอีกเช่นกัน เพราะหน้าหนาวไม่เฉพาะแค่หนาว หิมะยังตกอย่างหนาแน่น หิมะนั้นไม่น่ากลัวเท่ากับน้ำแข็ง หิมะนั้นไม่ได้ทำให้รถลื่นมาก แต่น้ำแข็งเป็นตัวการหลังที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ไม่เฉพาะการขับรถ รวมไปถึงการเดินตามท้องถนนด้วย ถ้าไปหน้านี่จะมีการลื่นน้ำแข็งกันบ้างละ หิมะไม่ลื่นนะ แต่น้ำแข็งเนี่ยตัวดีลื่นมากๆ ที่สุดเลย

nokian-hakkapeliitta-8-studio-10-2015-ii

ยางวิเศษ กันลื่นได้ แต่อย่าประมาท ที่มา http://www.consumerreports.org/

รถเช่าในช่วงหน้าหนาวมักจะเปลี่ยนยางที่เรียกว่า Studded Winter Tires เป็นยางแบบพิเศษที่ออกมาให้ทรงตัวได้ดีในภาวะน้ำแข็ง ย้ำน้ำแข็งเป็นตัวการทำให้ลื่นมากกว่าหิมะ หิมะเนี่ยไม่ลื่นเลย เดินหรือวิ่งบนหิมะเหมือนวิ่งบนทราย แต่วิ่งบนน้ำแข็งนี่ก็ลื่นเอามากๆ ไอซ์แลนด์โดยเฉพาะถนนที่เลียบติดทะเล มักจะเกิดภาวะน้ำแข็งทำให้ลื่นมา แล้วมาบวกกับลมที่แรงอยู่แล้วทำให้รถสามารถตกไปข้างทางได้ง่าย ก็ต้องเรียนรถมายกออกไป อย่าลืมโหลดโปรแกรม 112 Iceland App หรือโทร 1122 เพื่อให้สามารถช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ (โหลดแอพฯ ได้ที่นี่) และศึกษาข้อมูลความปลอดภัยผ่าน http://safetravel.is/

วีดีโอนี้แสดงให้เห็นปริมาณหิมะ ลมแรงจัด และ ทัศนวิสัยที่น้อยมาก ! รู้หรือไม่ว่าอุณหภูมิที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคืออุณหภูมิประมาณ 0 องศาเซลเซียส เนื่องจากหิมะจะกลายเป็นน้ำแข็ง เราเรียกน้ำแข็งประเภทนี้ว่า Black Ice ไม่ใช่น้ำแข็งสีดำนะ จริงๆเป็นเหมือนน้ำแข็งสีใส เนื่องจากสีใสเลยมองทะลุไปเห็นพื้นถนนนั่นเอง เราเลยเรียกว่า Black Ice เป็นตัวที่ทำให้ถนนลื่น เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ ถ้าเจอถนนสภาพแบบนี้ต้องระวังมากๆเลย ไม่ใช่แค่บนถนน บนทางเดินด้วย อาจจะลื่นหัวแตก แขนหักได้ ไม่งั้นจะเที่ยวต่อไม่สนุกนะ

หน้าตาของ Black Ice บนถนนบนทางเดินก็ประมาณนี้ ลื่นมากๆ อย่านึกว่าไม่มีอะไร แล้วขับกันเร็วละ ไม่งั้นก็จะเป็น …….

upjeep

หน้าหนาวขับกันช้าๆๆ นะ ไม่งั้นก็เป็นแบบนี้ ที่มา http://icelandaurora.com/blog/2012/01/winter-driving-in-iceland/

ในหน้าหนาวสิ่งที่ต้องดูอีกก็คือสภาพถนน บางครั้งหิมะตกจนผ่านไม่ได้ หรือ มีน้ำแข็งตลอดเส้นทาง ทำให้ถนนลื่นมาก ไม่สามารถผ่านไปได้อันตราย คือเว็บ road.is แสดงสภาพถนนที่สามารถวิ่งรถผ่านไปได้ โดยเส้นสีแดงหมายถึง Impassable คือไม่สามารถผ่านไปได้ อาจจะเกิดอันตรายและโดนค่าปรับได้ นอกจากนั้นยังมีสีแสดงสัญลักษณ์อื่นๆ เช่น ถนนลื่น ลื่นมาก เปียกจากหิมะ ก็ต้องระมัดระวังมากๆในการขับรถ ส่วนใหญ่แล้วถนนหลักสาย 1 เมื่อมีหิมะตกหนักๆจะมีรถมากวาดหิมะออกไป ทำให้ใช้งานได้เสมอ หน้าหนาวอันตรายอีกอย่างคือเรื่องน้ำมัน บางทีเราต้องเผื่อการเติมน้ำมันเอาไว้ด้วย เพราะบางทีปั้มที่อยู่ห่างออกไปอาจจะเป็นหลายร้อยกิโลเมตร โดยเฉพาะถ้าไปตามชนบท หรือตามฟยอร์ดต่างๆ ก็ต้องสำรองน้ำมันกันไว้ด้วยนะ

island1e

ข้อมูล ณ วันที่ 26/04/2016 จาก road.is

road-conditions1

ข้อมูล ณ เดือนมกราคม กลางฤดูหนาว ! จะเห็นสภาพถนนที่ขับยากในช่วงฤดูหนาว 
ที่มา luxeadventuretraveler.com

การเติมน้ำมัน

img_0338-0

ปั้มที่นี่จะเป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมด และตั้งอยู่ตามริมถนนโล่งๆแบบนี้ บางปั้มไม่มีคนอยู่เลย ก็เลยต้องมารู้วิธีการเติมน้ำมันกันหน่อย

ระบบที่นี่ง่ายมาก มีบัตรเครดิตอันเดียวแต่ต้องรู้รหัสพิน 4 หลักนะ (ติดต่อธนาคารผู้ออกบัตรเพื่อเอา PIN) ใส่บัตรไปในช่องกดพิน จากนั้นเลือกเบอร์หัวจ่ายน้ำมัน  จากนั้นดึงบัตรออกได้เลย ที่ไอซ์แลนด์มีน้ำมันเพียง 2 ชนิด คือ ดีเซล และ เบนซิน 95 เท่านั้น ควรถามจากผู้ให้เช่ารถว่าควรเติมน้ำมันอะไรครับ

ถ้าไม่มีบัตรเครดิต สามารถซื้อบัตรเติมเงินได้ โดยมีขายอยู่ตามร้านค้าในปั้มน้ำมันตามเมืองใหญ่

innkort

ที่มา :  https://www.n1.is/media/8101/innkort.jpg (n1)

แบบนี้ครับ ก็สามารถนำมาใช้ได้เช่นกัน ลองดูเพิ่มเติมที่ นี่หรือปั๊มน้ำมันที่ไอซ์แลนด์

อุโมงค์ 1 ช่องทาง | Single Lane Tunnel in Iceland | Einbreid Göng

einbreidgong

ทางในไอซ์แลนด์มีหลายช่วงที่มีอุโมงค์ผ่าทะลุภูเขา อุโมงค์บางที่สามารถให้รถสวนไปมาได้อย่างสะดวก แต่มีอุโมงค์หลายๆที่ตามทางชนบท มีช่องทางเพียง 1 ช่องทางต้องสลับกันไป อันนี้สิของจริง เพราะตอนไปมาคนที่ไม่รู้ก็คงงง เพราะเข้าไปในอุโมงค์ต้องคอยหลบรถที่สวนมา อุโมงค์จะมีช่องหลบทางขวา หมายความว่ารถที่ขับอยู่เลนขวาต้องหลบให้รถที่อยู่เลนซ้าย งงอ่ะดิ ดูวีดีโอเลย รถคันที่นำหน้ามีการออกตัวไปเฉี่ยวขอบทางด้วย เจอแบบนี้อยู่หลายอันตื่นเต้นดีอ่ะ 555+

ตัวอย่างจากอุโมงค์ Dalvik – Ólafsfjörður

Concentrate !! มีสมาธิในการขับ เพราะ ถ้าละสายตาอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้

ในการขับรถในไอซ์แลนด์จะได้เจอวิวร้อยล้าน มันสวยไปหมดทุกมุม อยากจอดถ่ายรูปไปหมด แต่จอดแล้วต้องระวัง แอบข้างทางให้ดี รถที่ตามมาจะได้ไม่ชนเรา สวยเว่อๆ ไม่ได้อวย ดูวีดีโอเลย สวยจริงๆ

ยางแตก : ยางแตกทำอย่างไร ?

เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นคือยางแตก ! แต่ไม่ต้องห่วงคนแถวนั้นพร้อมช่วยเหลือเสมอ แต่ตอนนั้นเราไปยางแตกพลบค่ำแล้ว รถที่ผ่านมาน้อยมาก แต่เราก็เปลี่ยนยางอะไหล่จนได้ เหตุการณ์ครั้งนั้นจะเป็นอย่างไรโปรดติดตามในตอนต่อไป ที่นี่ ตั้งสติครับ ไม่ยากครับ ปกติรถทุกคันแม่แรงเหมือนในรูป เราก็แค่เอาสอดเข้าไปให้ตรงคานที่สามารถรับน้ำหนักได้ และแค่หมุนมัน จนล้อสูงจากพื้นดิน เราค่อยๆไขน็อตออก และ เอายางอะไหล่ใส่เข้าไปแทน จากนั้นเราขับไปที่พักเพื่อขอความช่วยเหลือ ในวันรุ่งขึ้นได้รับคำแนะนำให้ไปเมืองไกล้ๆเพื่อปะยางและสามารถนำมันมาขับได้เหมือนเดิม ค่าปะยาง 1900 ikr = 600 บาทครับ

สรุป | Conclusion

มีภาพอินโฟกราฟิกง่ายๆมาทบทวนกันเพื่อให้เข้าใจเรื่องกฎการขับรถที่ไอซ์แลนด์กัน
bluedrive

ที่มา : http://www.bluecarrental.is/useful-information/drive-safely/

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านครับ อ่านกันต่อที่

Advertisements
About Oak (39 Articles)
I blog about Travel, Eat, Sleep, Inspiration. visit : https://www.facebook.com/oakinth

13 Trackbacks / Pingbacks

  1. แผนการเดินทางไป #ไอซ์แลนด์ 12 วัน 10 คืน | #Iceland #Itinerary 12 Days 10 Nights – Oak.in.th : My Everyday Life Journey
  2. Iceland Summer 2014: 12 วัน 10 คืนเที่ยวรอบเกาะ 3,000 กิโลเมตร | ตอนที่ 1: การเตรียมตัว – Oak.in.th : My Everyday Life Journey
  3. แผนการเดินทางไป #ไอซ์แลนด์ 12 วัน 10 คืน | #Iceland #Itinerary 12 Days 10 Nights – Oak.in.th : My Everyday Life Journey
  4. Iceland Summer 2014: 12 วัน 10 คืนเที่ยวรอบเกาะ 3,000 กิโลเมตร | ตอนที่ 1: การเตรียมตัว และข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวก
  5. Iceland Summer 2014: 12 วัน 10 คืนเที่ยวรอบเกาะ 3,000 กิโลเมตร | ตอนที่ 1: การเตรียมตัว และข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวก
  6. Iceland Summer 2014: 12 วัน 10 คืนเที่ยวรอบเกาะ 3,000 กิโลเมตร | ตอนที่ 1: การเตรียมตัว และข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวก
  7. Iceland Summer 2014: 12 วัน 10 คืนเที่ยวรอบเกาะ 3,000 กิโลเมตร | ตอนที่ 2: การเดินทางวันที่ 2 เส้นทาง Keflavik – Blue Lagoon – The Golden C
  8. Iceland Summer 2014: 12 วัน 10 คืนเที่ยวรอบเกาะ 3,000 กิโลเมตร | ตอนที่ 1: การเตรียมตัว และข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวก
  9. Iceland Summer 2014: 12 วัน 10 คืนเที่ยวรอบเกาะ 3,000 กิโลเมตร | ตอนที่ 2: การเดินทางวันที่ 2 เส้นทาง Keflavik – Blue Lagoon – The Golden C
  10. Iceland Summer 2014: 12 วัน 10 คืนเที่ยวรอบเกาะ 3,000 กิโลเมตร | ตอนที่ 2: การเดินทางวันที่ 2 เส้นทาง Keflavik – Blue Lagoon – The Golden C
  11. Iceland Summer 2014: 12 วัน 10 คืนเที่ยวรอบเกาะ 3,000 กิโลเมตร | ตอนที่ 2: การเดินทางวันที่ 2 เส้นทาง Keflavik – Blue Lagoon – The Golden C
  12. Iceland Summer 2014: 12 วัน 10 คืนเที่ยวรอบเกาะ 3,000 กิโลเมตร | ตอนที่ 1: การเตรียมตัว และข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวก
  13. Iceland Summer 2014: 12 วัน 10 คืนเที่ยวรอบเกาะ 3,000 กิโลเมตร | ตอนที่ 2: การเดินทางวันที่ 2 เส้นทาง Keflavik – Blue Lagoon – The Golden C

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: